หลังต่อรองราคาและตกลงรายละเอียดสินค้ากับผู้ขายจีนเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนถัดมาที่หลายคนไม่แน่ใจคือ จะจ่ายเงินอย่างไรดี เพราะแต่ละช่องทางมีเงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และระดับความปลอดภัยต่างกัน บทความนี้เปรียบเทียบวิธีที่นิยมใช้กันเมื่อสั่งของจากจีน
1. โอนเงินผ่านธนาคาร (T/T – Telegraphic Transfer)
วิธีดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน โอนเงินจากบัญชีธนาคารไทยตรงไปยังบัญชีธนาคารของผู้ขายในจีน
- ข้อดี: เหมาะกับยอดสั่งซื้อจำนวนมาก ธนาคารมีหลักฐานการโอนชัดเจน ผู้ขายรายใหญ่และโรงงานส่วนมากรองรับ
- ข้อเสีย: มีค่าธรรมเนียมโอนเงินระหว่างประเทศและค่าส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน ใช้เวลา 1-3 วันทำการกว่าเงินจะเข้า และเมื่อโอนแล้วเรียกคืนได้ยากหากมีปัญหา
- ควรระวัง: ตรวจสอบชื่อบัญชีให้ตรงกับชื่อบริษัทผู้ขายเสมอ หลีกเลี่ยงการโอนเข้าบัญชีบุคคลธรรมดาที่ไม่เกี่ยวข้องกับสัญญาซื้อขาย
2. Alipay
ระบบชำระเงินออนไลน์ที่ผู้ขายจีนจำนวนมากใช้ โดยเฉพาะร้านค้าออนไลน์และผู้ขายรายย่อยถึงขนาดกลาง
- ข้อดี: จ่ายและยืนยันได้รวดเร็ว มีประวัติการทำธุรกรรมในระบบ บางแพลตฟอร์มมีระบบพักเงินไว้จนกว่าผู้ซื้อจะยืนยันรับสินค้า
- ข้อเสีย: ผู้ซื้อในไทยมักต้องจ่ายผ่านตัวกลางหรือแอปที่เชื่อมกับ Alipay เนื่องจากบัญชี Alipay หลักผูกกับหมายเลขโทรศัพท์และธนาคารจีน มีค่าธรรมเนียมแปลงสกุลเงินแฝงอยู่
- เหมาะกับ: การสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รองรับ Alipay โดยตรง
3. WeChat Pay
คล้ายกับ Alipay แต่ผูกกับแอป WeChat ซึ่งผู้ขายจีนจำนวนมากใช้สื่อสารและขายของไปพร้อมกัน
- ข้อดี: สะดวกเมื่อคุยงานกับผู้ขายผ่าน WeChat อยู่แล้ว โอนและแชทต่อรองได้ในที่เดียว
- ข้อเสีย: ข้อจำกัดคล้าย Alipay คือบัญชีหลักผูกกับผู้ใช้ในจีน ผู้ซื้อต่างชาติมักต้องผ่านบริการเติมเงินหรือตัวกลาง
- ควรระวัง: เก็บหลักฐานการโอนและบทสนทนาที่ตกลงราคาไว้เสมอ เพราะไม่มีระบบพักเงินคุ้มครองผู้ซื้อเหมือนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
4. Trade Assurance (บน Alibaba)
ระบบคุ้มครองการชำระเงินของ Alibaba ที่พักเงินไว้กับ Alibaba จนกว่าผู้ซื้อจะยืนยันว่าได้รับสินค้าตรงตามข้อตกลง
- ข้อดี: ปลอดภัยที่สุดในบรรดาวิธีที่กล่าวมา เพราะเงินไม่ได้ตกถึงมือผู้ขายทันที หากสินค้าไม่ตรงตามที่ตกลงสามารถเปิดข้อพิพาทขอเงินคืนได้ผ่านระบบ
- ข้อเสีย: ใช้ได้เฉพาะออเดอร์ที่ทำผ่านระบบ Trade Assurance ของ Alibaba เท่านั้น ผู้ขายบางรายอาจไม่รองรับหรือพยายามชวนให้จ่ายนอกระบบ
- คำแนะนำ: หากผู้ขายเสนอให้จ่ายนอกระบบ Trade Assurance เพื่อแลกกับส่วนลด ควรพิจารณาความเสี่ยงให้ดีก่อนตัดสินใจ
เปรียบเทียบสั้นๆ
- ยอดสั่งซื้อจำนวนมาก ผู้ขายเป็นโรงงานที่ตรวจสอบแล้ว: โอนผ่านธนาคาร (T/T) ยังเป็นมาตรฐานที่ใช้กันแพร่หลาย
- สั่งผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ยอดไม่สูงมาก: Alipay หรือ WeChat Pay สะดวกกว่า
- ผู้ขายรายใหม่ที่ยังไม่เคยสั่งด้วย หรือยอดสูง: เลือกใช้ Trade Assurance หากทำได้ เพื่อมีระบบคุ้มครองรองรับ
ข้อควรระวังทั่วไปไม่ว่าจะจ่ายด้วยวิธีไหน
- ตรวจสอบชื่อบัญชีหรือชื่อร้านให้ตรงกับที่ตกลงในใบเสนอราคาหรือสัญญาเสมอ
- เก็บหลักฐานการชำระเงินและบทสนทนาทุกครั้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
- หากตกลงจ่ายเป็นงวด ควรตรวจสอบสินค้าให้ผ่านก่อนโอนเงินงวดสุดท้าย
- ระวังผู้ขายที่เร่งรัดให้จ่ายด่วนหรือเปลี่ยนบัญชีปลายทางกะทันหันระหว่างการเจรจา ซึ่งเป็นสัญญาณของการฉ้อโกงที่พบได้บ่อย
สรุป
ไม่มีวิธีชำระเงินใดที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ การเลือกวิธีให้เหมาะกับขนาดคำสั่งซื้อและความน่าเชื่อถือของผู้ขายจึงสำคัญ ยิ่งยอดสูงหรือเป็นผู้ขายรายใหม่ ยิ่งควรเลือกวิธีที่มีระบบคุ้มครองผู้ซื้อ หากไม่แน่ใจว่าควรจ่ายเงินแบบไหนสำหรับคำสั่งซื้อของคุณ ปรึกษาทีมงาน JPM Shipping เพื่อขอคำแนะนำได้
หมายเหตุ: เงื่อนไข ค่าธรรมเนียม และการรองรับของแต่ละช่องทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับผู้ให้บริการก่อนทำธุรกรรมจริง






